Landing Page เหมาะกับการอธิบายข้อเสนอที่มีจุดมุ่งหมายชัด ขณะที่เว็บไซต์หลายหน้าช่วยจัดข้อมูลหลายบริการหรือหลายกลุ่มลูกค้า การเลือกให้ตรงโจทย์ทำให้ใช้งบและเตรียมเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
เริ่มจากข้อเสนอ
หากมีหนึ่งบริการ หนึ่งกลุ่มเป้าหมาย และหนึ่งขั้นตอนติดต่อ หน้าเดียวอาจเพียงพอ แต่ถ้าลูกค้าต้องเลือกบริการหลายแบบ ข้อความรวมในหน้าเดียวยาวมากจนข้อมูลที่ต้องการหาได้ยาก
ดูที่มาของผู้ชม
ผู้ที่กดจากโฆษณาข้อเสนอเฉพาะควรพบรายละเอียดที่ต่อเนื่องกัน ส่วนผู้ที่เข้ามาทำความรู้จักบริษัทอาจต้องอ่านความสามารถ วิธีทำงาน และบริการหลายด้าน จัดหน้าปลายทางตามบริบทของการเข้าชม
คิดถึงการเพิ่มเนื้อหา
ถ้าวางแผนบทความ ผลงาน หรือหลายภาษา ควรเตรียมโครงสร้างหมวดและวิธีจัดการตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกหน้าในวันเดียว แต่ควรรู้ว่าข้อมูลใหม่จะอยู่ตรงไหน
เลือกโดยไม่ผูกกับขนาดธุรกิจ
ธุรกิจใหญ่ก็ใช้ Landing Page สำหรับแคมเปญได้ และธุรกิจเล็กก็อาจต้องมีหลายหน้าหากบริการต่างกันมาก เลือกจากข้อมูลที่ลูกค้าต้องใช้ ไม่ใช่ภาพจำว่าเว็บใหญ่ดีกว่าเสมอ
ทดสอบด้วยรายการคำถามก่อนซื้อ
รวบรวมคำถามสิบข้อที่ลูกค้าถามบ่อย แล้วจัดเป็นกลุ่ม หากส่วนใหญ่เกี่ยวกับข้อเสนอเดียว อาจเล่าในหน้าเดียวได้ แต่ถ้าแบ่งเป็นหลายบริการที่คนละกลุ่มสนใจ ควรแยกหน้าให้เลือกอ่าน
กำหนดสิ่งที่ต้องเปิดในระยะแรกกับงานที่จะเพิ่มภายหลัง พร้อมพิจารณาว่าระบบจัดการเนื้อหารองรับการขยายตามแผนหรือไม่ การเริ่มเล็กยังควรมีทิศทางต่อยอดที่ชัด
คอร์สเดียวที่เปิดรับสมัครช่วงหนึ่งอาจใช้ Landing Page ส่วนสถาบันที่มีหลายหลักสูตรและตารางเรียนหลายรูปแบบควรมีหน้ารวมและหน้ารายละเอียด
ก่อนนำไปใช้ ลองเช็ก 3 ข้อนี้
- ข้อเสนอหลักมีหนึ่งหรือหลายเรื่อง
- ผู้ชมเข้าจากโฆษณาหรือค้นข้อมูลทั่วไป
- มีแผนเพิ่มบทความหรือบริการหรือไม่



