ยอดเข้าชมมากขึ้นอาจยังไม่ตอบว่าธุรกิจได้ลูกค้าที่ต้องการหรือไม่ ก่อนเริ่มแคมเปญจึงควรกำหนดว่าอยากเปลี่ยนพฤติกรรมใด และจะตรวจผลจากข้อมูลอะไร ควรจดนิยามนี้ไว้ในบรีฟเพื่อให้คนทำโฆษณาและคนรับเรื่องใช้เกณฑ์เดียวกัน
เริ่มจากผลลัพธ์ธุรกิจ
ระบุว่าต้องการคำขอราคาจากลูกค้ากลุ่มใด การนัดหมาย หรือยอดสั่งซื้อ อย่าเริ่มจากการเลือกช่องทางเพียงเพราะเห็นคู่แข่งใช้ เพราะแต่ละช่องทางอาจทำหน้าที่ต่างกัน
แยกตัวชี้วัดตามขั้นตอน
การเห็นโฆษณา การเข้าหน้า และการติดต่อเป็นคนละขั้น เก็บข้อมูลให้เห็นว่าผู้ชมหลุดตรงไหน แทนการนำยอดกดทั้งหมดมารวมเป็นลูกค้าใหม่
นิยามคำว่าลูกค้าที่เหมาะสม
ตกลงว่าคำขอแบบใดอยู่ในบริการ พื้นที่ และงบที่ธุรกิจรับได้ ให้ทีมรับเรื่องบันทึกคุณภาพของคำถาม เพื่อใช้ปรับข้อความและกลุ่มเป้าหมาย
กำหนดรอบทบทวน
เลือกช่วงเวลาที่เหมาะกับรอบการตัดสินใจซื้อ พร้อมดูข้อมูลพื้นฐานก่อนเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน หากปรับข้อเสนอ กลุ่มเป้าหมาย และหน้าเว็บทีเดียว จะอธิบายสาเหตุของผลต่างได้ยาก
เขียนนิยามของคำขอที่มีคุณภาพ
ตกลงกับทีมขายว่าต้องมีบริการ พื้นที่ และรายละเอียดใดจึงถือเป็นคำขอที่ติดตามต่อได้ แล้วบันทึกเกณฑ์เดียวกันสำหรับทุกช่องทาง เพื่อลดการใช้ความรู้สึกตัดสินผล
เพิ่มเหตุผลเมื่อคำขอไม่ตรง เช่น อยู่นอกพื้นที่หรือสนใจบริการที่ไม่มี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ปรับข้อความได้เฉพาะเรื่อง และทำให้เห็นว่าปัญหาอยู่ที่การสื่อสารหรือข้อเสนอ
ธุรกิจรับผลิตอาจสนใจคำขอที่ระบุชนิดงานและปริมาณขั้นต่ำ มากกว่ายอดทักที่ถามสินค้าปลีกซึ่งไม่ได้จำหน่าย
ก่อนนำไปใช้ ลองเช็ก 3 ข้อนี้
- เป้าหมายเป็นพฤติกรรมที่ตรวจได้
- นิยามคุณภาพของคำขอร่วมกัน
- มีผู้บันทึกและรอบทบทวน



