Title และคำอธิบายช่วยสรุปว่าหน้าเว็บมีเรื่องอะไร ควรเขียนแยกตามเนื้อหา ไม่ใช้ประโยคเดียวกันทุกหน้าแล้วเปลี่ยนเพียงชื่อหมวด

ให้ชื่อหน้าบอกเรื่องหลัก

เลือกคำที่อธิบายบริการหรือคำถามในหน้าโดยตรง แล้วใส่ชื่อแบรนด์เท่าที่จำเป็น ไม่ต้องรวบรวมคำค้นทุกแบบในชื่อเดียว เพราะทำให้ผู้ใช้แยกความต่างระหว่างหน้าได้ยาก

ใช้คำอธิบายขยายความ

Meta Description ควรบอกว่าผู้อ่านจะได้รู้อะไรเพิ่มเติมจากชื่อหน้า เช่น ขอบเขตงาน ขั้นตอน หรือสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ อย่าใส่ราคาและข้อเสนอที่หน้าเว็บจริงไม่ได้แสดง

ตรวจความสอดคล้อง

หัวข้อหลัก เนื้อหา และชื่อหน้าควรเล่าเรื่องเดียวกัน หากปรับบริการหรือโปรโมชั่นแล้ว ให้ตรวจข้อมูลส่วนนี้ด้วย เพื่อไม่ให้คำอธิบายเก่ายังสร้างความคาดหวังผิด

อย่ายึดข้อความแสดงผลตายตัว

Google อาจสร้างชื่อหรือข้อความตัวอย่างจากเนื้อหาส่วนอื่นตามบริบทการค้นหา และการตัดข้อความขึ้นกับพื้นที่แสดงผล จึงควรเขียนกระชับโดยไม่ถือจำนวนตัวอักษรเป็นสูตรรับประกัน

อ่านชื่อหน้าหลายรายการข้างกัน

นำ Title ทุกหน้ามาวางเป็นรายการ แล้วลองเลือกหน้าที่น่าตอบคำถามของลูกค้าหนึ่งข้อ หากแยกไม่ออกว่าหน้าไหนต่างกัน ควรกลับไปดูบทบาทของหน้าและชื่อที่ใช้

ตรวจคำอธิบายกับข้อความจริงก่อนเปลี่ยน พร้อมบันทึกว่าปรับเรื่องใดและเมื่อไร การเห็นข้อความค้นหาไม่ตรงทันทีไม่ได้แปลว่าการตั้งค่าล้มเหลว เพราะระบบค้นหาอาจใช้ข้อมูลจากส่วนอื่น

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ

ชื่อ “ออกแบบเว็บไซต์บริษัท | ชื่อแบรนด์” อาจมีคำอธิบายเรื่องโครงสร้างหน้า การรองรับมือถือ และวิธีประเมินงาน โดยต้องเป็นสิ่งที่มีจริงในบริการ

ก่อนนำไปใช้ ลองเช็ก 3 ข้อนี้

  • แต่ละหน้ามีชื่อเฉพาะ
  • คำอธิบายไม่สัญญาเกินเนื้อหา
  • ข้อมูลสำคัญอัปเดตพร้อมหน้าจริง