ข้อมูลธุรกิจที่ไม่ตรงกันทำให้ลูกค้าสับสนได้ เช่น โทรไปเบอร์เก่าหรือเดินทางไปสถานที่ที่ไม่เปิดรับลูกค้า ควรตรวจข้อมูลหลักจากแหล่งเดียวก่อนนำไปใช้ในแต่ละช่องทาง

ตรวจว่าธุรกิจมีคุณสมบัติหรือไม่

Google Business Profile มีแนวทางเรื่องธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ โดยทั่วไปเกี่ยวข้องกับการติดต่อกับลูกค้าแบบพบกันตามลักษณะธุรกิจ ธุรกิจออนไลน์ล้วนไม่ควรสมมติว่าสมัครได้เพียงเพราะมีเว็บไซต์ ให้ตรวจแนวทางปัจจุบันก่อนดำเนินการ

ใช้ชื่อที่ธุรกิจใช้จริง

อย่าเติมชื่อจังหวัดหรือรายการบริการลงในชื่อธุรกิจโดยไม่มีเหตุผลตามชื่อจริง ควรแยกชื่อธุรกิจออกจากคำอธิบายบริการ และใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้

แสดงที่อยู่ตามลักษณะบริการ

แยกสถานที่ที่ลูกค้าเข้ารับบริการกับพื้นที่ที่ออกไปให้บริการ หากไม่เปิดให้ลูกค้าเข้าที่อยู่ ต้องตรวจวิธีตั้งค่าที่เหมาะสม ไม่สร้างหลายสาขาจากที่อยู่ที่ไม่มีการดำเนินงานจริง

ทำรายการอัปเดตพร้อมกัน

เมื่อเปลี่ยนเบอร์ เวลาทำการ หรือพื้นที่บริการ ให้มีรายการเว็บไซต์ แผนที่ และช่องทางโซเชียลที่ต้องแก้ ตรวจลิงก์ปลายทางด้วย ไม่ใช่เพียงแก้ข้อความที่แสดง

จัดข้อมูลหลักให้มีเจ้าของหนึ่งชุด

ทำรายการชื่อธุรกิจ เบอร์โทร เวลาทำการ ที่อยู่หรือพื้นที่บริการ และผู้มีสิทธิ์แก้ไข ใช้ชุดที่ตรวจแล้วนี้เป็นต้นทางของเว็บไซต์และช่องทางที่ธุรกิจดูแล

ก่อนเพิ่มหรือแก้ข้อมูลโปรไฟล์ ให้ตรวจแนวทางปัจจุบันและลักษณะการพบลูกค้าจริงของธุรกิจ ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ ไม่ควรสร้างที่อยู่หรือสาขาขึ้นเพื่อให้ดูเหมือนมีหน้าร้าน

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ

หากธุรกิจเปลี่ยนเบอร์โทร ควรแก้ทั้งข้อความบนหน้าติดต่อ ลิงก์กดโทร ปุ่มลอย และข้อมูลโปรไฟล์ที่ธุรกิจดูแลอยู่

ก่อนนำไปใช้ ลองเช็ก 3 ข้อนี้

  • ตรวจคุณสมบัติก่อนสร้างโปรไฟล์
  • ชื่อและพื้นที่ไม่เกินความจริง
  • อัปเดตช่องทางติดต่อทุกจุด